ทุกองศาการมองเห็น ถูกคำนวณมาเพื่อความปลอดภัย
“Aluminum Road Stud”
1.ช่วยเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน
หมุดสะท้อนแสงจะสะท้อนแสงไฟหน้ารถกลับไปยังผู้ขับขี่
ทำให้เห็นแนวเลน เส้นทาง หรือขอบถนนได้ชัด แม้ไม่มีไฟถนน
👉 โดยเฉพาะถนนต่างจังหวัด ทางโค้ง ทางเขา
⸻
2.ช่วยลดอุบัติเหตุจากการออกนอกเลน
เมื่อผู้ขับขี่เห็นแนวเลนชัดเจน
โอกาสขับเบี่ยงออกนอกช่องจราจรจะลดลง
โดยเฉพาะใน:
• ถนนฝนตก
• หมอกลง
• เวลากลางคืน
⸻
3.ช่วยเตือนในจุดอันตราย
หมุดสีต่าง ๆ มีความหมาย เช่น
• สีขาว → แบ่งช่องจราจร
• สีเหลือง → เตือนเส้นแบ่งทิศทาง
• สีแดง → เตือนห้ามเข้า / ขอบเขตอันตราย
จึงไม่ใช่แค่สะท้อนแสง แต่เป็น “ภาษาจราจรบนพื้นถนน”
⸻
4.ช่วยกำหนดแนวโค้งและทางเบี่ยง
ในทางโค้ง หมุดจะเรียงตัวเป็นแนว
ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นทิศทางล่วงหน้าได้ไกลกว่าการเห็นแค่เส้นสีบนถนน
พูดง่าย ๆ คือ
หมุดถนนทำให้คุณเห็นอนาคตของเส้นทางก่อนถึงจุดนั้นจริง
⸻
5.ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อไฟถนนดับ
ถ้าไฟฟ้าขัดข้อง หมุดสะท้อนแสงยังทำงานได้ทันที
เพราะอาศัยไฟหน้ารถ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า
⸻
6.ช่วยลดความเสียหายระยะยาว
อุบัติเหตุที่ลดลง =
• ลดค่าซ่อมถนน
• ลดความสูญเสียชีวิต
• ลดต้นทุนสังคม
หลักการทางวิศวกรรมของหมุดสะท้อนแสง C-CON รุ่น CC100
หมุดสะท้อนแสง (Road Stud) มอก.2573-2546
เป็นอุปกรณ์ควบคุมจราจรที่มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืนและสภาพทัศนวิสัยต่ำ โดยประสิทธิภาพของหมุดไม่ได้วัดเพียงความสว่างเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาค่าทางวิศวกรรมหลายองค์ประกอบ ได้แก่ ค่าแรงกดแตก มุมของการวัด มุมแสงตกกระทบ และค่าสัมประสิทธิ์การสะท้อนแสงย้อนกลับ
1. ค่าแรงกดแตก (Compressive Strength)
ค่าแรงกดแตก: 6,867.84 kgf (ประมาณ 6.8 ตัน)
ค่าดังกล่าวหมายถึงความสามารถของหมุดในการรับแรงกดจากล้อรถโดยตรงโดยไม่เกิดการแตกร้าวหรือเสียรูปถาวร เหมาะสำหรับถนนที่มีปริมาณจราจรสูง รวมถึงรถบรรทุกหนัก
ความสำคัญทางวิศวกรรม
• ลดความเสียหายจากแรงกระแทกซ้ำ ๆ
• ยืดอายุการใช้งาน
• ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
• ป้องกันเศษวัสดุแตกหลุดซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย
2. มุมของการวัด (Observation Angle)
ค่ามาตรฐาน: 0.2 องศา
เป็นมุมระหว่างแนวแสงจากไฟหน้ารถกับแนวสายตาของผู้ขับขี่ ซึ่งจำลองสภาวะการมองเห็นจริงขณะขับขี่ในเวลากลางคืน
ความหมายเชิงเทคนิค
ค่ามุม 0.2° เป็นค่าที่ใช้ในมาตรฐานสากล เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการสะท้อนแสงย้อนกลับให้ตรงกับสภาพการใช้งานจริง
ยิ่งหมุดสามารถให้ค่าการสะท้อนสูงที่มุมนี้ได้มาก
ยิ่งแสดงถึงประสิทธิภาพในการมองเห็นระยะไกล
3. มุมแสงตกกระทบ (Entrance Angle)
ช่วงมุม: +20° / -20°
คือมุมที่แสงไฟหน้ารถส่องเข้าหาหมุดสะท้อนแสง ซึ่งในสภาพถนนจริงอาจเกิดการเอียงจาก:
• ถนนโค้ง
• พื้นผิวลาดเอียง
• การเปลี่ยนระดับของถนน
ข้อดีเชิงระบบความปลอดภัย
การรองรับมุม ±20° ทำให้หมุดยังสามารถสะท้อนแสงได้แม้ในสภาพถนนที่ไม่ได้ราบเรียบ 100%
ช่วยให้ผู้ขับขี่ยังคงมองเห็นแนวเส้นทางได้ต่อเนื่อง
4. ค่าสัมประสิทธิ์ความเข้มการสะท้อนแสง (Coefficient of Retroreflection)
หน่วย: มิลลิแคนเดลา/ลักซ์/ตารางเมตร (mcd/lx/m²)
![]() |
ความหมาย
เป็นค่าที่แสดงถึงปริมาณแสงที่สะท้อนกลับไปยังแหล่งกำเนิดแสง (ไฟหน้ารถ)
• ค่ายิ่งสูง = มองเห็นชัดเจนขึ้น
• สีขาวให้ค่าสูงสุด เหมาะสำหรับแบ่งช่องจราจรหลัก
• สีเหลืองและแดงใช้ในตำแหน่งเตือนหรือกำหนดทิศทาง
บทสรุปเชิงวิศวกรรม
หมุดสะท้อนแสง C-CON รุ่น CC100 ได้รับการออกแบบให้รองรับแรงกดระดับหลายตัน พร้อมค่ามุมทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานการมองเห็นจริงของผู้ขับขี่ และมีค่าการสะท้อนแสงที่เหมาะสมตามการใช้งานแต่ละสี
ดังนั้น ประสิทธิภาพของหมุดสะท้อนแสงไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ความสว่างด้วยตาเปล่า” เท่านั้น
แต่ต้องพิจารณาค่าทางวิศวกรรมครบทุกองค์ประกอบ
ทักเข้ามาคุยกับเราได้ที่
|





